[Diary] ศูนย์อพยพแห่งที่สอง: ข้ามฝั่งโขง
posted on 30 Jan 2012 13:44 by a-place-4-my-head in SnowWhiteDiaryหลังจากที่หมักเอนทรี่นี้มานานได้ที่ ก็ได้ฤกษ์ลงตอนที่สองต่อจาก ศูนย์อพยพแห่งที่หนึ่ง: ยโสธร ซะที หลังจากที่พักยโสธรได้สองคืน ก็ไปต่อบ้านน้าที่มุกดาหารค่ะ

ตื่นไม่เคยทันอาทิตย์ขึ้น แต่ก็ทันถ่ายพระอาทิตย์ตกนะ ^^

ดอกหญ้ายามสนธยา

เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้ว แต่ยังทอแสงสีส้มออกมา ลุงที่กำลังพายเรือกลับบ้านก็เข้าฉากสวยๆ นี้ได้ทันเวลาพอดี

ตอนกลางคืนนอนๆ อยู่ก็ได้ยินเสียงลูกแมวที่ไหนไม่รู้ร้องงี้ๆ ตื่นเช้ามาถึงได้เห็นว่ามันอยู่ในลังกระดาษข้างห้องนี่เอง ไม่รู้แม่มันหายไปไหน เราก็เลยต้องเป็นพี่เลี้ยงแมวจำเป็น คอยซื้อนมกล่องมาป้อนให้มันเช้าเย็น ผ่านไปสองวันแม่มันก็คงมารับไป เพราะเจ้าแมวน้อยหายไปและไม่ได้เห็นมันอีกเลย นี่ถ้าแม่ไม่มารับเราคงได้รับเจ้าตัวนี้มาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ แน่ กะว่าจะให้ชื่อ 'น้ำเหนือ' เพราะเราหนีน้ำเหนือมาเจอมันนี่แหละ 555+++

เพื่อเป็นการแก้เบื่อ ก็เลยหาเรื่องข้ามฝั่งโขงไปลาวกัน มาที่ด่านริมสะพานมิตรภาพ ค่าธรรมเนียมหนังสือต่างแดนชั่วคราวแค่ 30 บาท

อื้มมม ชูเตลบัส

ป้ายทะเบียนของ Shutel Bus เราขึ้นรถคันนี้แหละ กว่าจะได้ขึ้นก็คนท้ายๆ Rose-Red เลยไม่มีที่นั่ง ต้องยืนเกาะราวไปตลอด แต่ก็ไม่ได้นานมากหรอกนะ รถแค่พาข้ามสะพานไปแค่นั้นเอง แป๊บๆ ก็ถึง แต่ด้วยความที่มันจะมีกลิ่นที่ติดรถหรือติดตัวคนไม่รู้ กลิ่นเหมือนคนไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันอะ --" ทำให้รู้สึกว่ามันช่างยาวนานจังกว่าจะถึง

ป้ายโฆษณา ชอบนะ ชอบอ่านข้อความบนป้าย ศึกษาภาษาลาวไปในตัว ^^

อย่างป้ายนี้อ่านง่าย คนไทยน่าจะอ่านได้ไม่ยาก เอ รู้สึกว่าบริษัทกาแฟดาวและน้ำดื่มดาวนี่จะเป็นสปอนเซอร์ใหญ่แถวนี้แฮะ

ป้ายนี้พอจะอ่านกันออกมั้ย ^^

เดาจากป้าย น่าจะเป็น "รถโดยสาร" และ "รถบรรทุกเป่า" เอ๊ย "รถบรรทุกเปล่า"

ว่าแต่ป้ายนี้ สงสัยมานานแล้วว่ามันอ่านว่าอะไร ใครรู้ช่วยตอบทีค่ะ ^^"
พอลงจากรถปุ๊บ เดินไปเข้าคิวจ่ายค่าผ่านด่าน 50 บาท เดินมาอีกนิด ก็จะมีรถตู้คอยถามว่าไปสะหวันคาสิโนมั้ย ไอ้เราเข็ดคาสิโนตั้งแต่ตอนไปเดนมาร์คแล้ว แต่มากับครอบครัวและน้าๆ ก็คงต้องไปไหนไปกันล่ะ เลยต้องขึ้นรถตู้ที่มีกลิ่นตุๆ เหมือนคนไม่ได้อาบน้ำอีกครั้ง (คนที่นี่เค้าไม่ใช้น้ำหอม หรือโรลออนกันบ้างเลยเหรอ --") ไปตามทางดินแดงๆ จนถึงคาสิโน
เราพอรู้ธรรมเนียมว่าเค้าคงไม่ให้ถ่ายรูป เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาทั้งข้างนอกข้างใน แต่เอาเป็นว่ามันดูภายนอกหรูหราอลังการพอใช้ มีรูปปั้นช้างตัวใหญ่หลายตัว เข้าไปข้างใน กลิ่นคนไม่อาบน้ำก็ผสมเจือๆ อยู่กับกลิ่นบุหรี่ (นี่ถ้าไม่เกรงใจ + จำทางไม่ได้ คงหนีกลับฝั่งไทยไปแล้วล่ะ --") ข้างในใหญ่โตมโหระทึก คนเยอะมาก มีเวทีที่เล่นทั้งเพลงไทยและเพลงสากล มีซุ้มไพ่ ซุ้มรูเล็ตต์ ซุ้มปาจิงโกะ เยอะไปหมด เราไม่สนอะไรมาก แค่อยากหาของกินไปนั่งกินเงียบๆ แล้วฟังเพลงจากวงดนตรี (ซึ่งน่าจะเป็นคนไทย) ไปเพลินๆ ปล่อยให้คนอื่นๆ ลองเล่นนั่นนี่นู่นกันไป

กว่าจะออกมาก็ห้าโมงครึ่ง นั่งรถตู้กลิ่นคุ้นเคยมารอรถ Shutel Bus กลับไทยอีกครั้ง

พระอาทิตย์กำลังตกที่ฝั่งไทย (ต้องซูมข้ามหัวคนที่รอต่อคิวขึ้นรถ ได้พระอาทิตย์สีสวยดีเหมือนกันแฮะ 555++)

กลับฝั่งไทยแล้ว เราก็มากินข้าวเย็นกันที่ร้าน...อะไรไม่รู้จำไม่ได้ --" แต่อร่อยดี นั่งริมโขง ลมพัดแรง เย็นดีเหลือเกิน
ยังมีรูปจากมุกดาหารอีกเยอะ ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้ค่ะ คราวหน้าจะเอามาฝากกัน คิดว่าคงจะไม่ให้รอนานเหมือนคราวนี้นะคะ ^^
Tags: มุกดาหาร, ลาว, สะหวันนะเขต10 Comments

미끼' •















