Hotpress – July 2008

ณ หลังเวทีในลิสบอน ที่ซึ่งเทศกาลดนตรีถูกตั้งชื่อให้เข้าใจผิดว่า Rock In Rio Festival ลูกทีมตาไวของ Linkin Park ให้คำแนะนำกับนักข่าว Hot Press ขณะที่เราเดินอย่างผึ่งผายไปยังห้องแต่งตัวของวง

“เฮ้ พวกคุณ! อย่าเดินเข้าไปพร้อมเหล้าพวกนั้นในมือนะ เชสเตอร์กับเดฟไม่แตะต้องแอลกอฮอล์และพวกเขาก็ไม่ชอบคุยกับคนที่กำลังดื่มอยู่”

วงนู-เมทัลใสสะอาดตัวเป็นๆ เหรอ? มีอะไรผิดพลาดแหงๆ ? แต่ก็นั่นแหละ พวกเขามีจิตสำนึกแบบแปลกๆ ในเรื่องสุขภาพแบบพวกแคลิฟอร์เนียตอนใต้ พวกเราทิ้งเหล้าไปอย่างมีเหตุผล ผมกับตากล้อง แกรห์ม กีโอนาลโด เดินเข้าไปแนะนำตัวกับร็อกเกอร์จอมเผด็จการที่สั่งห้ามไม่ให้เราดื่ม

นักร้องนำ เชสเตอร์ เบนนิงตัน กับ มือเบสเคราแดง เดฟ ฟาร์เรลล์ นั่งอยู่หลังโต๊ะยาว ดูผ่อนคลายอย่างประหลาดสำหรับคนที่กำลังจะเล่นต่อหน้าแฟนเพลงชาวโปรตุเกสเกือบ 100,000 คนในอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ (เพื่อเป็นเกียรติแก่ใครก็ตาม เดฟสวมผ้าพันคอทีมชาติฟุตบอลอยู่ด้วย) เพื่อนพ้องในวงอีกสี่คนปะปนอยู่กับสมาชิกวง Muse และ Metallica อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก กำลังดู The Offspring ที่เล่นอย่างเมามันในทีวีจอแบนขนาดมหึมา

ในฐานะที่เป็นวงเฮดไลน์ของเทศกาล Linkin Park จะขึ้นเวทีตอนตี 1 ตรง คงไม่ต้องบอกว่าเวลาสัมภาษณ์นั้นมีจำกัดมากๆ ขายอัลบั้มได้ห้าสิบล้าน ชนะสองรางวัลแกรมมี่ ร่วมงานกับ Jay-Z และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย มีอะไรให้ขุดคุ้ยเพียบ แต่ตอนนี้มัน 11.45 แล้ว (Minutes To Midnight เป็นชื่อสตูดิโออัลบั้มล่าสุดของพวกเขา) และพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่ Hilary Clinton จะยอมรับความพ่ายแพ้ให้ Barack Obama อย่างเป็นทางการ ก็เลยตัดสินใจว่าสิบห้านาทีที่เจียดมาให้เรานี้ มาคุยกันเรื่องการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐดีกว่า

แล้วทางวงอยู่ฝ่ายไหนล่ะ?

“รู้มั้ย แต่ละคนในวงเราแตกต่างกันมาก” เดฟอธิบาย “โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะได้เห็นคนอเมริกันเชื้อสายอัฟริกันชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในพรรคหลัก และยังมีโอกาสจะได้เป็นประธานาธิบดีอีก แต่มันก็ยากสำหรับผมที่จะรับรองให้ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะผมไม่รู้จริงๆ ว่าผมรู้สึกกับแต่ละคนยังไง ผมคิดว่าผมตื่นเต้นกับความคิดของ Barack Obama มากกว่าจะไปตื่นเต้นกับโอกาสที่ผู้หญิงจะได้เป็นประธานาธิบดีจริงๆ เพราะมันดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แค่ได้เติบโตมาในสหรัฐและรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของเรา มันก็จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ที่จะคอยดูกัน

“แต่โดยทางการเมืองแล้วผมไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหนหรอก มีมุมมองของเดโมแครตที่ผมเห็นด้วยและมีหลายมุมมองของรีพับลิกันที่ผมเห็นด้วย แล้วก็ไม่มีผู้สมัครคนไหนเข้าตาผม ผมก็เลยไม่ชอบใครซักคน ฮ่าฮ่า!”

บางเพลงใน Minutes to Midnight ดูเหมือนจะแอนตี้บุชอย่างชัดเจน ที่โดดเด่นที่สุดก็ ‘Hands Held High’ [“Asking you to have compassion/ Have respect for a leader so nervous in an obvious way/ Stuttering and mumbling for nightly news to replay”]

อย่างไรก็ตาม เดฟยืนยันว่าความเกรี้ยวกราดของวงไม่จำเป็นว่าต้องพุ่งเป้าไปที่รีพับลิกันเท่านั้น “ผมคงไม่พูดว่าเพลงพวกนั้นจะแอนตี้พรรคการเมือง เพราะเราทุกคนมีมุมมองที่ต่างกันภายในวง แต่ในเรื่องของสงครามอิรักและการตัดสินใจซึ่งประธานาธิบดีคนล่าสุดของเราทำให้มันยืดเยื้อ พวกเราคิดว่ามันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย นั่นคือสิ่งที่พวกเรานำมาให้สัมผัสได้ในเพลง และโดยเฉพาะกับเพลงอย่าง ‘No More Sorrow’ มีอะไรบางอย่างที่ได้พูดไปตรงๆ ไม่ได้พูดถึงพรรคเท่าไหร่แต่พูดถึงคน [“Are you lost in your lies/ do you tell yourself I don’t realise/ Your campaign’s a disguise/ replace freedom with fear/ You trade money for lives”] และเพลงอย่าง ‘Hands Held High’ ซึ่งเกี่ยวกับสังคมมากกว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมืองเลย”

เชสเตอร์อธิบายเพิ่มเติม “มันไม่ใช่เพลงเรื่องการเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายไหน มันเป็นการย้ำว่าพวกเราไม่เห็นด้วย และเราไม่เห็นด้วยจากมุมมองของมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่จากคนดีหรือคนเลวอะไรแบบนั้น เพราะว่าทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกันหมดอยู่ดี คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นได้เพราะที่ที่คุณเกิดและผู้คนรอบๆ ตัวคุณ

“ทางที่เราเลือกก็มีบทบาทมากในชีวิต แต่ถ้าพวกเราทุกคนเกิดในจอร์แดน เราคงจะผลิตผลงานที่แสดงวัฒนธรรมในจอร์แดน มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแต่ละคน เราก็เลยพยายามที่จะไม่แบ่งแยกคนโดยตั้งแง่ด้านการเมืองไว้ในเพลง แต่พยายามจะใส่ทัศนคติทางสังคมและมนุษย์เข้าไป”

“ใช่ครับ” เดฟเห็นด้วย “สำหรับผมแล้ว ‘Hands Held High’ เติบโตขึ้นมาจากคำพูดของ ฌอง ปอล ซาร์ตร์ เรื่องจะเป็นอย่างไรเมื่อคนรวยเข้าร่วมสงคราม คนจนจะตาย ผมคิดว่านั่นเป็นส่วนที่เนื้อร้องของไมค์ถูกแต่งขึ้นมา สำหรับผม นั่นสะท้อนเรื่องราวได้อย่างหนักแน่น”

พวกคุณมีเพื่อนที่อยู่ในกองทัพเยอะมั้ย?

“ครับ แค่ผ่านทางความสัมพันธ์ต่างๆ กันไป คนรู้จักหรือเพื่อนที่พวกเราโตขึ้นมาด้วยกัน” เดฟว่า “และที่จุดนี้ในชีวิตของเรา เราอยู่ในช่วงอายุที่เรารู้จักครอบครัวที่มีลูกที่อยู่ในกองทัพด้วย แล้วยังการ์ดของเรา ทีมงาน กับคนที่พวกเราทำงานด้วยอีก มีผู้ชายหลายคนที่ไปด้วยตัวเองหรือมีเพื่อนสนิทที่เดินทางไปทำอย่างอื่นหรืออะไรแบบนั้น ดังนั้น แน่นอนว่ามีการติดต่อเป็นการส่วนตัวว่ามันเป็นยังไงบ้าง”

เช่นเดียวกับชาวอเมริกันหลายคน พวกเขาสนับสนุนกองกำลังทหารอย่างไม่ค่อยมีเหตุผล

“มันยากที่จะสนับสนุนสงคราม ในเมื่อไม่มีเหตุผลที่แท้จริงอย่างเห็นได้ชัดว่าทำไมคุณถึงต้องสนับสนุน” เชสเตอร์กล่าว พร้อมยักไหล่อย่างอ่อนใจ “แต่ผมก็ยังคิดว่ามันสำคัญที่ต้องสนับสนุนกองทหาร ผมหมายถึง ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหน มันสำคัญเพราะว่า โดยเฉพาะสำหรับพวกเราคนอเมริกันและสำหรับศัตรูของเรา ผมรู้จักหลายคนที่เข้าร่วมกองทัพเพราะพวกเขาชอบความรุนแรงและอยากทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แล้วพวกเขาก็คิดว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ และก็มีคนอื่นๆ ที่อยู่ในกองทัพเพราะพวกเขากำลังทำตามหน้าที่ และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาควรจะทำ คำสั่งว่าไงพวกเขาก็ต้องทำตามนั้น”

แน่นอนว่าหลายคนอยู่ในกองทัพเพราะยากจนและไม่มีทางเลือกอื่น?

“มันเป็นกองทัพอาสาสมัครนี่ครับ” เขาชี้ให้เห็น “หลายคนเข้าไปเพื่อให้ได้การศึกษาจะได้มีโอกาสในการทำงานต่อไป และมันก็เป็นวิธีที่พวกเขาจะได้ออกไปจากสภาพที่เป็นอยู่”

เคยคิดที่จะเข้าร่วมกองทัพบางมั้ย?

เชสเตอร์ชักสีหน้า “สำหรับผมแล้ว ผมภูมิใจที่เป็นคนอเมริกันด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่ก็มีหลายเหตุผลที่ผมไม่ภูมิใจที่เป็นคนอเมริกันอยู่เหมือนกัน แต่ผมรักประเทศของเราและผมว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเป็นคนดี ดังนั้น สำหรับผม เมื่อเราถูกจู่โจม ผมจะมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าที่จะปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ... และดังนั้น ใช่ครับ ปฏิกิริยาแรกของผมก็คือไปตีมันแม่งเลย แล้วเมื่อคุณมาเริ่มคิดอีกสักนิด คุณจะคิดออกว่า ‘โอเคล่ะ ถ้าเราจะทำแบบนั้นก็ทำออกมาให้ดีที่สุด และโจมตีคนที่รับผิดชอบเรื่องนั้นจริงๆ และไม่ใช่แค่ระบายอารมณ์กับ... ทุกคนที่อาจจะทำแบบนั้น’”

เมื่อผมบอกพวกเขาเรื่องบทสัมภาษณ์ขวางโลกของ จิม คอรร์ ใน Last Word (ซึ่งเขาเสนอทฤษฎีที่ว่า 9/11 ถูกปฏิบัติการโดยตัวต้นเหตุนองเลือดภายใต้อำนาจของบุชนั่นแหละ) พวกเขาดูสงสัย

“ตั้งแต่เกิดเรื่องตอนแรกๆ ก็มีคนคิดต่างๆ นานากันไป” เดฟถอนหายใจ “มีเอกสารเมื่อเร็วๆ นี้ที่ตั้งข้อสงสัยว่ามันเป็นเรื่องภายในล้วนๆ เลยหรือเปล่า แล้วอะไรอีกหลายอย่าง แต่ผมว่ามาถึงวันนี้ตอนนี้แล้ว มีคนหลายคนที่ต้องมาเกี่ยวข้องด้วย ผมไม่คิดว่าคุณจะเอาอะไรมาปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้หรอก ถ้าปิดบังเรื่องเล็กๆ ตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ก็ว่าไปอย่าง และผมก็แน่ใจว่ามันเป็นอย่างนั้น...”

“ผมหมายถึง ถ้าคุณดู The Hunt For Red October แล้วล่ะก็ แค่เรื่องภายในเรือดำน้ำลำเล็กๆ ยังปิดกันไม่ได้เลย คุณเข้าใจที่ผมพูดมั้ย?” เชสเตอร์หัวเราะแทรกขึ้นมา “ไม่ต้องพูดถึงทั้งประเทศหรอก!

“ที่ตลกก็คือ ยังมีเรื่องประชดประชันประเภทนั้นอีก ผู้คนเรียกรัฐบาลบุชว่าเป็นรัฐบาลที่งี่เง่าที่สุดที่ยังคงอยู่บนพื้นผิวโลก แล้วในขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลนี้จะก่อเหตุ 9/11 ขึ้นมาเป็นเรื่องที่ฟังดูบ้าบอสำหรับผม”

นอกจากพวกเขาจะมองข้ามข้อสงสัยของนายคอรร์อย่างสิ้นเชิงแล้ว...

“มันเป็นทฤษฎีแผนการลับที่เยี่ยมมากและผมขอให้กำลังใจความบ้าบิ่นประเภทนั้น” เดฟยิ้ม “ผมไม่ได้ว่า จิม คอรร์ เขาบ้าทั้งโดยวิธีการ รูปร่าง หรือรูปแบบใดๆ หรอกนะ ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็น และมันสำคัญตรงที่ว่าคุณจะทำอะไรกับความคิดเห็นนั้นต่างหาก และนั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เรากำลังร้องบอกอยู่ในเพลงของเรา”

ที่มา: lptimes

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry