SnowWhiteDiary

[Diary] Zen Garden

posted on 10 Oct 2009 05:09 by a-place-4-my-head  in SnowWhiteDiary

Image Hosted by ImageShack.us

แว้บไปญี่ปุ่นมาล่ะ อิอิ

ล้อเล่นค่ะ สวนเซนแห่งนี้อยู่ที่เดนมาร์คนี่ล่ะ ห่างจากตัวเมือง Aarhus ขึ้นไปทางเหนือแค่ 11 กิโลเมตร เป็นสวนที่จัดตามแบบแผนของสวนญี่ปุ่น 5 สวนเชื่อมต่อกัน จนเราไม่รู้หรอกว่ามันคือสวน 5 แบบ ^^' ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างนี้ทำให้สวนดูมีสีสันน่าถ่ายรูปเล่น บรรยากาศก็เงียบสงบดีค่ะ (เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของประเทศนี้ --') มีส่วนที่เป็นร้านนวดและร้านอาหารด้วย แต่ไม่ได้ใช้บริการเพราะแค่ค่าเข้าชมก็ 85 โครนเนอร์แล้ว ^^'

ว่าแล้วก็โปรยรูป...

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

หลังจากได้เดินเล่น นั่งเล่นในสวนแล้วรู้สึกว่าจิตใจเบิกบานขึ้น บางทีเราก็แค่ต้องการเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ต้องวุ่นวายอะไร บรรยากาศธรรมชาติอย่างนี้มักช่วยเราได้เสมอ

ว่าแล้วก็กลับไปวุ่นวายกับชีวิตต่อ --' ช่วงนี้จิตใจว้าวุ่นเหลือเกิน...

 

ทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจแต่แรกว่าจะไป แต่ในเมื่อรอแล้วรอเล่า LP ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาเดนมาร์ค แถมได้เห็นโปสเตอร์ของเยอรมันว่า Funeral For A Friend จะเป็นวงเปิดให้ด้วยเลยอยู่เฉยไม่ไหว กินไม่ได้ นอนไม่หลับ โทรกลับไทยไปบ่นให้เอ็ม (funeralforafriend @ bloggang) กับ นก (circlegriff @ bloggang) ฟัง (ขอบคุณทั้งสองคนที่รับฟัง อยู่ที่นี่ไม่รู้จะบ่นกับใครจริงๆ หวังว่ากลับไปจะยังคบกันอยู่นะ อิอิ ^^) และพอได้รู้จักกับแอนน่า แฟน LP ชาวเดนมาร์คที่จะไปดู LP ถึงเยอรมัน แต่เธอไปทั้งครอบครัวเลยพกเราไปด้วยไม่ได้ ต้องตัดสินใจแล้วล่ะว่า เดินทาง 9 ชั่วโมง ค่าตั๋วรถไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงการผจญภัยคนเดียวในต่างแดนเนี่ย จะลองดูสักครั้งมั้ย

แต่ก็ตัดสินใจซื้อตั๋วคอนเสิร์ต เพราะราคาไม่หนีไปจากบ้านเราเท่าไหร่ (60 ยูโร ^^)

 

Image Hosted by ImageShack.us

แต่ต้องเสียภาษี 2 ยูโร + ค่าส่งทางไปรษณีย์อีก 12 ยูโร (ทำไมถึงปรินต์ตั๋วออกมาเองแบบที่ Roskilde ไม่ได้นะ) ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ^^'

หลังจากตั๋วมาถึงบ้านก็ดีใจสุดๆ หาจองที่พักและตั๋วรถไฟ เรื่องที่พักหลังคอนเสิร์ตหายากมากๆ เพราะเค้าจองกันหมดแล้ว เราเพิ่งจะมาหาที่พักก่อนคอนเสิร์ตเดือนเดียว --' ร่ำๆ ว่าจะต้องนอนสถานีรถไฟอยู่แล้ว แต่ในที่สุดก็หาได้ 2 วันก่อนจะเริ่มเดินทาง ^^'

 

Image Hosted by ImageShack.us

รถไฟด่วนฮอกวอตส์ออฮูส-แบร์ลีน ออกประมาณ 8 โมง ถึงราวๆ สองโมงครึ่ง ราคา 139 ยูโร

 

Image Hosted by ImageShack.us

การนั่งรถไฟทำให้เราชื่นชมทัศนียภาพของสองประเทศนี้ได้นานดี ประทับใจฮัมบูกร์และอยากเที่ยวที่นั่นสักครั้ง ส่วนสะพานนี้ก็่ผ่านเมืองอะไรไม่รู้ซึ่งดูสวยงามจริงๆ มีเรือผ่านมาพอดีเลยด้วย :)

 

Image Hosted by ImageShack.us

ถึง Berlin แล้วค่ะ ข้ามผ่านแม่น้ำ Spree จุดนี้มีแต่นักท่องเที่ยว ล่องเรือชมความงามรอบเมือง หรือไม่ก็นั่งอาบแดดริมแม่น้ำ แสงแดดและอุณหภูมิที่นี่ร้อนกำลังดีที่ 27 องศา แต่ก็มีเมฆขาวกับลมแรงพอใช้ทำให้ไม่ร้อนจนเกินไป

 

Image Hosted by ImageShack.us

เข้าใจว่าคงเป็นงานโปรโมตการท่องเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ (อ้าว เห็นวัวแดง ไม่ใช่เดนมาร์คหรอกเหรอ^^') มีให้เด็กๆ ลองรีดนมวัว (ปลอม) ด้วย

 

Image Hosted by ImageShack.us

ใครๆ ก็ต้องมาที่นี่ รัฐสภา Reichstag สวยงามอลังการดีแท้ :)

 

Image Hosted by ImageShack.us

สะพานข้ามแม่น้ำ Spree รูปปั้นของเสาแต่ละต้นไม่เหมือนกันนะ


Image Hosted by ImageShack.us

ตำรวจหญิงบนหลังม้าคนนั้น สวย เท่ มากๆ

 

Image Hosted by ImageShack.us

อยากเข้าไปชมข้างใน แต่ไม่อยากรอคิว ไม่อยากขึ้นโดม (และไม่อยากเสียตังค์ 555+) ไปเดินเล่นต่อดีกว่า

 

Image Hosted by ImageShack.us

 Brandenburger Tor จากด้านหลัง สัญลักษณ์ของเมืองเลยก็ว่าได้ ด้านหลังยังงามขนาดนี้...

 

Image Hosted by ImageShack.us

...ทว่าด้านหน้า มันย้อนแสง! TT

 

Image Hosted by ImageShack.us

เก็บบรรยากาศรอบๆ ไปก่อนแล้วกัน ^^ เหมือนจะมีแต่นักท่องเที่ยว

 

Image Hosted by ImageShack.us

รถม้าชมเมือง

 

Image Hosted by ImageShack.us

จักรยานสีชมพู

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

สามล้อถีบก็มี ^^

 

Image Hosted by ImageShack.us

รถผ่านไม่ได้ แต่ก็ต้องรอสัญญาณไฟข้ามถนน ไม่เข้าใจ :/

 

Image Hosted by ImageShack.us

เสียงเพลงจากลุงดังไปทั่วท้องถนนเลย ได้บรรยากาศสเปนดีจัง (ได้ข่าวว่ามาเยอรมัน)

 

Image Hosted by ImageShack.us

ตึกอะไรไม่รู้แต่ดูเก่าแก่และงามมาก รถโคโรน่า (ซึ่งไม่ใช่โตโยต้า) ก็มาจอดได้เหมาะเจาะดีแท้

 

Image Hosted by ImageShack.us

จะไปเช็คอินล่ะนะ (มัวเถลไถลซะนาน ^^) เดินมาถึงรูปปั้นนี้แล้วเลี้ยวขวาไปอีก 300 เมตร

 

Image Hosted by ImageShack.us

ก็จะเห็นโรงแรมเล็กๆ ของเราอยู่ใกล้สี่แยก

 

Image Hosted by ImageShack.us

ห้องเล็กๆ แต่ก็สะดวกสบายดี สิ่งแรกที่ทำคือจัดการกับขนมบนหมอนอย่างว่อง จากนั้นก็เลื้อยขึ้นเตียงและศึกษาภาษาเยอรมันผ่านจอทีวี

เสียดายที่วันนั้นรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่งั้นจะเดินชมเืมืองยามค่ำต่อ แต่เท่าที่ทำได้คือเลื้อยลงมากิน Subway ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วกลับไปอาบน้ำนอน กลัวว่าถ้าเปื่อยจนไม่มีแรงไปดูคอนเสิร์ตมันจะเสียเที่ยวมากๆ เก็บแรงไว้วันรุ่งขึ้นดีกว่า

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

บรรยากาศยามเช้าอันสดใส ริมแม่น้ำ Spree

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

หงส์ตัวนี้น่าอุ้มกลับไปนอนกอดที่บ้านชะมัด ขาวๆ กลมๆ ว่ายเข้ามาช้าๆ เราค่อยๆ ย่องไปถ่ายรูปกลัวมันบินหนี

 

Image Hosted by ImageShack.us

 แต่นอกจากมันจะไม่หนีแล้ว ยังมาหยุดอยู่ตรงหน้า มุดหาปลา ไซ้ปีกไซ้ขนอยู่ตรงนี้เหมือนจงใจให้เราถ่ายรูป

 

Image Hosted by ImageShack.us

โพสท่าสยายปีกอีกต่างหาก! เป็นนายแบบเก่าก็ไม่บอก

ต้องไปสถานีรถไฟก่อนล่ะ วันนี้ต้องต่อหลายเที่ยวซะด้วย และที่สำคัญคือคอนเสิร์ต! ลาก่อนนะเจ้าหงส์ขาว

ติดตามเรื่องราวต่อได้ใน [Diary] เยอรมัน มันส์ มันส์ ตอนที่ 2: Graefenhainichen ค่ะ

 

 

Update: [Diary] เยอรมัน มันส์ มันส์ ตอนที่ 1: Berlin เชิญตามไปอ่านได้นะคะ

มีเรื่องราวระหว่างทางที่อยากเล่าให้ฟังมากมาย แต่ด้วยจรรยาบรรณของแฟน LP เลยขออัพตอนที่ 2 ก่อน แล้วจะอัพตอนที่ 1: Berlin ทีหลัง ^^

วันที่ 2 ในเยอรมันนีอากาศยังคงดี แสงแดดสดใส ขึ้นรถไฟไป Dessau แต่เช้าเพราะต้องเช็คอินก่อน แต่พอลงรถไฟก็งงๆ ค่ะ เดินหลงทางกับสาวฝรั่งเศสซึ่งโชคดีว่าเธออยู่แบร์ลีนมาสองปีแล้วเลยได้อาศัยเธอช่วยถามทาง ถึงกระนั้นยังเดินหอบแฮ่กๆ อยู่ 2 ชั่วโมง ร้านค้าก็ปิดหมดเพราะเป็นวันอาทิตย์ (ยุโรปที่รักคะ วันอาทิตย์คนก็ต้องกินต้องใช้เหมือนวันธรรมดานะเว้ยเฮ้ย!!!) :((( ชีหิวกาแฟ เราหิวน้ำ ดีว่าพกคุกกี้ช็อกโกแลตชิพไปจากเดนมาร์ค เลยเอามาแบ่งกันกิน ชวนกันคุย ชวนกันเดิน ในที่สุดก็เจอ

Image Hosted by ImageShack.us

Youth Hostel Dessau (Ebertallee) จริงๆ ถ้าออกจากสถานีรถไฟถูกทางก็เดินตรงมาเรื่อยๆ ประมาณกิโลเศษ แต่ที่หลงเพราะมี Youth Hostel สองแห่งในเดสเซา คนบอกทางมักจะบอกให้ไปที่เก่าเพราะมันใกล้กว่า (แต่มันไม่เปิดอ่ะ --') และที่สโนไวท์ต้องมาพักไกลอย่างนี้เพราะหาที่พักในกรอเฟนไฮนิเค่นไม่ได้ โรงแรมที่เหลือในเดสเซาก็แพงเกิน

แต่ก็นับว่าโชคดีที่ได้เพื่อนระหว่างทาง :)

เจ้าหน้าที่ก็น่ารักค่ะ พูดอังกฤษได้คล่อง บอกว่าในนี้มีคนจะไปดู Linkin Park อีกราวๆ 5 คน บ้านพักนี้ปิด 4 ทุ่มเลยต้องขอมัดจำกุญแจหน้าบ้าน เธอก็สอนวิธีไขกุญแจให้ด้วย พอซักบ่ายโมงก็ออกมาเดินกลับไปสถานีรถไฟอีกครั้ง เริ่มเห็นแฟน LP มารอรถบ้างแล้ว ตามที่เขียนไว้ในตั๋วรถไฟคือ จะต้องต่อรถเมล์จากนี่ไปกรอเฟนไฮนิเค่น แล้วค่อยต่อรถไฟไปที่สถานีคอนเสิร์ตอีกที แต่พอเข้าไปถามแฟน LP แถวนั้นเค้าว่า มี shuttle bus จากนี่ไปคอนเสิร์ตโดยตรง และมาส่งกลับด้วย :) เลยมารอรถซึ่งควรจะมาบ่ายสาม แต่ช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง จ่ายตังค์ 4 ยูโรแล้วนั่ง ครึ่งชั่วโมงก็ถึง

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Ferropolis มีขนาดพอๆ กับ Impact Arena บ้านเราล่ะมั้ง จุได้แค่ 25,000 คน ไม่ใหญ่เท่าตอนมาเมืองไทย ที่จอดรถอยู่ไกลมาก สงสารคนที่ต้องเดินจากรถมาเป็นกิโล ส่วนพวกที่นั่ง shuttle bus มาจะได้ลงตรงหน้าประตูเลยล่ะ (แต่อย่าได้หวังว่าจะได้อยู่หน้าเวที --')


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us
เอกลักษณ์ของที่นี่คือเป็น stadium เล็กๆ ที่มีทะเลสาบล้อม และเอาเครื่องจักรกลโบราณที่ใช้ในเหมืองมาตั้งไว้ข้างในถึง 5 เครื่อง ดูๆ ไปก็นึกถึงหุ่นยักษ์ใน Transformers ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะกับ LP มากๆ ถ้าได้ติดตาม blog หรือ twitter ของหนุ่มๆ ในวง Julien-K และ Dead By Sunrise จะรู้ว่าพวกเขาตื่นเต้นและอยากเล่นที่นี่มาก เพราะหุ่นยักษ์พวกนี้นี่แหละ :D

Image Hosted by ImageShack.us

DBS ที่นี่วางแผงวันที่ 9 ตุลา! สรุปว่าแต่ละที่คงวางแผงไม่พร้อมกันสินะ ^^'

ตามตารางบอกว่าประตูเปิด 18.30 แต่ยังไม่ทันจะสี่โมงครึ่งก็เปิดแล้ว! ซ่อนกล้องด่วน!


Image Hosted by ImageShack.us
ก็ต้องอยู่โซนหลังตามระเบียบ --' แต่บอกแล้วว่าคนไม่เยอะเท่า live in Bangkok เลยรู้สึกว่าเห็นชัดเจนดี

 

Image Hosted by ImageShack.us

สงสัยว่า ที่ประตูเปิดก่อนเพราะ Funeral For A Friend จะขึ้นเล่นไวหน่อยล่ะมั้ง


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียดายที่ FFAF มาเป็นวงเปิดวงแรก ได้เล่นแค่ 6 เพลงเอง TT ต้องหาโอกาสดูวงนี้เต็มๆ ซะแล้ว

 

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Coheed & Cambria เล่นต่อ นักร้องนำหัวฟูซะจนบางทีผมกลบหน้า ไม่รู้มองเห็นไมค์ได้ไง ^^'

 
Image Hosted by ImageShack.us

พี่โจขึ้นเวทีแล้ว!!!!! ไม่พูดมากล่ะ ดูภาพกับวีดีโอได้เลยค่ะ :) วีดีโอ Point. ไม่ชัดเพราะมีปัญหาเรื่องซูมขึ้นมาซะงั้น TT ขออภัยจริงๆ ค่ะ

 

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us    Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
 Image Hosted by ImageShack.us
 Image Hosted by ImageShack.us

















LP ดูรีบเล่นไงไม่รู้ สงสัย 1) กลัวเล่นได้ไม่ครบเซ็ต (22 เพลง!) 2) ต้องรีบขึ้นเครื่องคืนนั้น --' แต่แบบว่า...ดูไมค์หล่อขึ้นแฮะ ^^ ส่วนเชสเตอร์ก็ยังคงหล่อ เท่ เสมอต้นเสมอปลาย อิอิ ^^

แต่ส่วนตัวแล้วประทับใจ Live in Bangkok มากกว่า แค่ "สวัสดีครับ ผมรักเมืองไทย!" ก็ได้ใจไปแล้วเต็มๆ :D LP มาเล่นที่นี่ไม่ได้ทักทายเป็นภาษาเยอรมันเลย ^^'

งานเลิกก็รีบไปรอขึ้นรถกลับที่พัก ฝนตกกลางทางด้วยแต่ยังดีว่าไม่หนาว วันรุ่งขึ้นก็ขึ้นรถไฟไปลงแบร์ลีนแล้วต่อรถไฟกลับออฮูสโดยสวัสดิภาพ :) ใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมงค่ะ ^^'

 

[Diary] Aros Aarhus Art Museum

posted on 25 Jul 2009 02:41 by a-place-4-my-head  in SnowWhiteDiary

 

ช่วงนี้อากาศกลับมาอึมครึมอีกแล้ว ทำให้เกิดอาการขี้เกียจ แต่อยู่บ้านนานๆ ก็เซ็ง ไปดูงานศิลป์ดีกว่า

Aros Art Museum นี่อยู่ใจกลางเมือง Aarhus เลยล่ะค่ะ ปกติก็นั่งรถเมล์ผ่านประจำ แต่ที่ชั่งใจอยู่นานไม่เคยเข้าซะทีเพราะค่าเข้ามันตั้ง 90 kroner แน่ะ --'

 

Image Hosted by ImageShack.us

ตึกทางซ้ายคือหอศิลป์ที่ว่าล่ะค่ะ ทางขวาคือถนนที่ปกติจะผ่านประจำ แต่ช่วงนี้ปิดซ่อม รถเมล์ที่เรานั่งมาเลยต้องเปลี่ยนเส้นทาง --'

จักรยานจอดทิ้งๆ ขว้างๆ แบบนี้ ไม่มีหายค่ะ! คนเมืองนี้เค้าไม่ชอบลักขโมย

 

Image Hosted by ImageShack.us

จะเข้ามาโดยเดินขึ้นบันไดยาวๆ นี่ หรือขึ้นลิฟท์ก็ได้ จะมาโผล่ที่ชั้น 4 เหมือนกัน

 

Image Hosted by ImageShack.us

ชั้นนี้จะขายบัตรเข้าชม มีร้านกาแฟ ร้านขายของแต่งบ้านดีไซน์เก๋ ของที่ระลึกต่างๆ แน่นอนว่าเราวิ่งเข้ามุมหนังสือเด็กเป็นอันดับแรก (อ่านไม่ออก ได้ดูรูปก็ยังดี ^^')

 

Image Hosted by ImageShack.us

ซื้อตั๋วแล้วก็ขึ้นลิฟท์มาชั้นบนสุด (ชั้น 8) ฟากหนึ่งจะเป็นร้านอาหาร ที่มองออกไปจะเห็น Scandinavian Park ศูนย์รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาย่อมเยา ^^

 

Image Hosted by ImageShack.us

ส่วนที่เราชอบที่สุดของตึกนี้ (ถึงแม้ว่าภายนอกของตึกจะไม่สวยเลยก็ตาม --') คือกระจกใสที่ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้โดยไม่ต้องง้อหอนาฬิกาประจำเมือง

อีกอย่างคือประตูกระจกใสบานใหญ่ (มาก) ที่เลื่อนเปิดปิดเองในแต่ละชั้น

 

Image Hosted by ImageShack.us

ชั้นแปดนี้จัดแสดงงานศิลป์ในยุค Golden Age ค่ะ คือช่วงปี 1770-1990 จริงๆ แล้วเค้าห้ามถ่ายรูปงานศิลป์ที่อยู่ในห้อง แต่ด้วยนิสัย (ดี) เลยแอบถ่ายมา ^^

 

Image Hosted by ImageShack.us

ชอบชิ้นนี้มาก แววตาของผู้ชายในรูปดูเศร้าและเหมือนมีชีวิตจริงๆ แต่ถ่ายรูปยังไงมันก็สะท้อน TT

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

ผลงานนี้ชื่อ 'The Cellist' เป็นวีีดีโอ 3 ภาค แสดงโดยผู้ชายคนเดียว (ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของผลงานชิ้นนี้นั่นแหละ) ภาคแรกคือนักเชลโล่มาเตรียมการแสดง เขานั่งเก้าอี้ วางโน้ต แต่เดี๋ยวก็ทำโน้ตหล่น เดี๋ยวก็ตั้งเสียงเชลโล่ ดูไม่ใช่มืออาชีพเลย ภาคต่อมาเป็นชายคนเดิมเปลือยกายเต้นรำกับเชลโล่ในแบบสโลว์โมชั่น! พร้อมเสียงอันไพเราะจากเชลโล่ ภาคสุดท้ายเขายืนและโค้งรับเสียงปรบมืออันยาวนาน (กลับมาใส่สูทเหมือนเดิมแล้วค่ะ ^^')

ไม่แน่ใจว่าเราเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อมั้ย แต่นึกดีใจที่เขาไม่ได้เล่นไวโอลิน --'

 

Image Hosted by ImageShack.us

 ลงมาชั้น 6 (ชั้น 7 ไม่มี O_o) ชั้นนี้เป็นยุค Danish Modernism 1900-1960

 

Image Hosted by ImageShack.us

นี่คือชิ้นส่วนเครื่องในม้าค่ะ ส่วนที่น่าสยองคือมีวีดีโอขณะที่กำลังชำแหละม้าฉายอยู่ด้วย เพลงประกอบเป็นเสียงร้องโอเปร่าอันโหยหวน

 

Image Hosted by ImageShack.us

นี่ธงชาติสวิสค่ะ

 

Image Hosted by ImageShack.us

รู้สึกว่าห้องนี้มีแต่งานโหดๆ แฮะ มีชิ้นหนึ่งเป็นซากแมวกับขนนก ไม่ได้ถ่ายมาเพราะสงสารแมว TT

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 ภาพนี้ชื่อ 'ฝันร้าย' ค่ะ ชอบ

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

อยากได้ไก่ตัวนี้ไปเลี้ยงที่บ้านจัง

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

Contemporary Art ในชั้น 5 เป็นช่วง 1960-ปัจจุบัน ชั้นนี้มีทั้งภาพ แสง เสียง ชอบภาพถ่ายนี้มาก หลอนดีจริง แสงในภาพคือแสงสะท้อนจากแฟลชของเราเอง แหะๆ

 

Image Hosted by ImageShack.us

 หมาย่างหาง?

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

ฝรั่งมักชอบช้างเป็นพิเศษ 

 

Image Hosted by ImageShack.us

อีกชิ้นที่อยากได้ (ใหญ่ไปมั้ย?)

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

คิดมากไปแล้ว

ชั้นนี้จัดแสดง 'Sculpture in the air' โดยศิลปินที่ชื่อ Ib Geertsen ด้วย แต่แอบถ่ายไม่ได้ เป็นโมบายชิ้นใหญ่ๆ ทำจากเหล็กตัดเป็นรูปเรขาคณิต สีสันสดใส

 

Image Hosted by ImageShack.us

มานั่งพักกินขนมปังไส้กรอกกับสมู้ตตี้ที่ชั้น 4 วิวดีมากค่ะ (เหล่หนุ่มโต๊ะข้างๆ ^^) ตึกที่เห็นเราเดินผ่านแทบทุกวันและก็สงสัยมาตลอดว่ามันคือตึกอะไร แต่หลังจาก 3 เดือนผ่านไปสังเกตเห็นรูปนูนสูง (กลมๆ ที่ชั้นบนสุด) เลยรู้ว่ามันคือ...ศาล       (เซ็นเซอร์ไว้เผื่อใครอยากเดา ^^)

ขนมปังไส้กรอกชิ้นเล็กๆ ตั้ง 16 kr (ถ้าอยู่เมืองไทย ขาย 16 บาทยังไม่ซื้อเลย!) สมู้ตตี้ 20 kr ปริมาณเท่ากับน้ำหนึ่งแก้วพอดีพอดิบ ก็พอทำใจกับราคาเครื่องดื่มที่นี่ได้แล้วล่ะ เฮ้อ คิดซะว่าวิวดีแล้วกัน (?)

Image Hosted by ImageShack.us

เด็กคนนี้เป็นสัญลักษณ์ของหอศิลป์ที่นี่ ใครมาก็ต้องถ่ายรูปคู่ค่ะ

ลงไปถ่ายรูปกับเด็กนี่ตามระเบียบ ชั้นหนึ่งนี่จัดแสดงนิทรรศการ 'Happy Birthday' เพื่อฉลอง 150 ปีของ Aros มีศิลปิน 9 คนจัดแสดงผลงานในห้อง 9 ห้อง แต่ละห้องก็ต่างสีไป อย่างสีม่วง สีแดง สีเขียว กระจก ฯลฯ

แต่ยามชั้นนี้เขี้ยวค่ะ ขอให้เราอย่าถ่ายรูป และเดินสำรวจตลอด เลยไม่กล้าแอบถ่าย

 

Image Hosted by ImageShack.us

ชั้นใต้ดินจัดเป็นห้อง 7 ห้องโดย 7 ศิลปิน ห้องนี้ใหญ่สุดใน 7 ห้อง เสียงข้างในดังกึกก้องออกมาเลย ในห้องฉายภาพสโลว์โมชั่นของน้ำ 5 จอใหญ่ เหมือนตั้งใจให้เราอยู่ใต้น้ำ

 

Image Hosted by ImageShack.us

ห้องนี้ฉายอะไรดูไม่รู้เรื่อง คือส่วนตัวแล้วไม่สามารถจ้องจอสว่างๆ อย่างทีวีหรือคอมจอเล็กในห้องมืดได้นานๆ ปวดลูกตา --'

 

Image Hosted by ImageShack.us

ห้องกระจก ใช้กระจกลวงให้คนกลัวความสูงอย่างเรารู้สึกเสียวๆ เหมือนกัน ^^'

 

Image Hosted by ImageShack.us

ศิลปินคนนี้ลงทุนกลั้นหายใจใต้น้ำแล้วถ่ายหน้าตัวเอง ฉายลงบนจอทรงไข่ ให้เรารู้สึกอึดอัดไปด้วย

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

มาถึงห้องนี้งงๆ เพราะมีคนนั่งๆ นอนๆ คุยกันอยู่ในนี้ 6-7 คน แต่พอเราเข้ามาเค้าก็ค่อยๆ เงียบลงและทยอยออกไป ห้องนี้จัดเหมือนอพาร์ตเมนต์ แสงในห้องและภาพที่ฉายบนจอจะบอกถึงเวลาในหนึ่งวัน ตอนนี้เป็นกลางคืนเลยมืด ผนังด้านหนึ่งและพื้นห้องสว่างเป็นจุดๆ เหมือนดวงดาว

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

ช่วงเช้ามืดแล้วค่ะ

 

Image Hosted by ImageShack.us

ตอนนี้ซักเ้ก้าโมง แสงที่ส่องมาเหมือนแสงแดดจริงๆ มากเลยล่ะ

รู้สึกชอบห้องนีุ้ที่สุด โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่มีดาว อยากได้ห้องนอนแบบนี้จริงๆ ^^

 

Image Hosted by ImageShack.us

ห้องนี้มีวัตถุทรงไข่ เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ

 

Image Hosted by ImageShack.us

ห้องสุดท้ายฉายแสงลวงตาให้คิดว่าห้องมันลึกไปอีก จริงๆ สังเกตขอบบนพื้นห้องจะรู้ว่ามันแคบๆ แค่นั้นแหละ

 

Image Hosted by ImageShack.us

ออกมาจากหอศิลป์แล้วค่ะ ข้างๆ มีลานแบบนี้

 

Image Hosted by ImageShack.us

เฮลิคอปเตอร์โลมาหน้าหอศิลป์ ^^

 

Image Hosted by ImageShack.us

ข้างๆ หอศิลป์คือ Musikhuset ไว้จัดคอนเสิร์ตและการแสดงอื่นๆ ตอนกลางคืนจะเปิดไฟกลายเป็นสีทองทั้งหลัง อลังการ

 

Image Hosted by ImageShack.us

สวนตรงหน้า Musikhuset กำลังงามเชียว

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

ตรงข้ามกันก็เป็นสวนค่ะ อยู่หลังศาลากลางจังหวัด (หืม?) และหอนาฬิกาประจำเมือง มีดอกไม้เฉพาะฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น (ไม่มีงบปลูกดอกไม้หน้าร้อน ^^')

ฝนเริ่มตกลงมาเป็นเม็ดบางๆ แล้ว รีบกลับดีกว่า ไปก่อนนะคะ ฮาย

 

[Diary] Roskilde Festival (Sunday only)

posted on 09 Jul 2009 04:37 by a-place-4-my-head  in SnowWhiteDiary

 

ในที่สุดก็ได้อัพ ^^ จะขอเล่าเรื่อง Roskilde Festival เทศกาลดนตรีฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย และเป็นเทศกาลดนตรีที่ไม่หวังผลกำไรที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 แน่นอนว่าเป็นรอง Glastonbury Festival แต่เชื่อได้เลยว่ามันเป็นเทศกาลดนตรีที่คนเดนมาร์คพูดถึงกันมากที่สุด ปีนี้จัด 4 วัน มี warm-up ก่อน 3 วัน และพิเศษหน่อยตรงที่มีบัตรประเภทวันเดียวขายด้วย เหมาะกับคนที่ไม่อยากนอนเต๊นท์และงบน้อยอย่างเราเป็นที่สุด ^^

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

สโนไวท์ไปวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาวันเดียวค่ะ นั่งรถไฟจาก Aarhus 3 ชั่วโมงมาถึง Roskilde ตามในเว็บไซต์บอกว่าจะมีรถไฟจากสถานีนี้ไปที่ Festival แต่ปรากฏว่าวันนั้นไม่มีรถไฟ มีรถเมล์แทน ก็โอเคค่ะ

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

โรงพยาบาล Roskilde เห็นสวยดีเลยแว้บมาถ่ายรูป (ถ่ายเสร็จก็กลับไปรอรถเมล์ต่อ)

รถติดพอสมควรค่ะ (ตั้งแต่มาอยู่นี่ก็เพิ่งเคยเจอรถติดนี่แหละ ^^') กว่าจะถึง กว่าจะรอคิวผูก wristband เข้างาน ทำให้เราพลาดดู Darkane ไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้เลยไม่มีเพลงเมทัลหนักๆ มากระแทกหู ไม่เป็นไร เมทัลไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ^^' แต่กลัวพลาด Pete Doherty นี่สิ!! พอเข้างานปุ๊บก็ได้ยินเสียงกีตาร์ใสๆ วิ่งตามเสียงไปเลยค่ะเพราะรู้แน่ๆ ว่าเป็นพีท มาทันเพลงแรก 'The Man Who Would Be King' พอดี เพลงนี้เป็นเพลงจากวงเก่าของเขา 'The Libertines' วงเจ๋งๆ ที่แตกไปแล้ว น่าเสียดายเป็นที่สุด

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

พีทมาคนเดียวเล่นคนเดียว เล่นเพลงของ The Libs บ้าง ของ BabyShambles บ้าง เพลงใหม่ของตัวเองบ้าง มีความพยายามจะเล่น Billy Jean เพื่อ tribute ให้ Michael Jackson ด้วย แต่ไม่จบ (ฮา) พี่แกทำตัวสบายๆ ตามสไตล์พีทเค้าล่ะค่ะ ดีดกีตาร์ไปสูบบุหรี่ไป ซดเบียร์ไป มีแฟนๆ โยนหมวกให้ พอหมวกหล่นก็ก้มเก็บก่อน แล้วค่อยมาดีดกีตาร์ร้องเพลงต่อ มีโยนปิ๊กแจกแฟนเพลงด้วย พอปิ๊กหมดก็โยนเบียร์แทน (เอาเหอะพี่ คิดซะว่าอยู่บ้าน ^^) แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดล่ะค่ะ ถึงจะเป็นขี้ยาอันเลื่องชื่อ แต่ด้วยความสามารถและความเป็นกันเองอย่างสุดๆ ของเขา ยังไงก็เกลียดไม่ลง!

อย่างที่บอกว่าเกือบเข้าเต๊นท์นี้ไม่ทัน เลยอยู่ซะไกลสุดกู่ --' วีดีโอตัวนี้เป็นเพลงอะไรไม่รู้ตอนต้น (ใครรู้ช่วยบอกทีค่ะ ^^") ตอนท้ายเป็น 'The Needle And The Damage Done' เพลงเก่าของ Niel Young (ช่างเป็นเพลงที่เหมาะกับพีทเสียนี่กระไร)

 

 

 

ได้ข่าวว่าพอลงจากเวที พี่แกก็ปั่นจักรยานเล่น แล้วมานั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงกับแฟนๆ ใต้ต้นไม้อีก ลองหาวีดีโอดูค่ะ น่ารักดี ^^

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

ตั้งใจว่าจะดู White Lies เล่นตอน 5 โมง เลยมาซื้อ Pomme Frittes (ฟรายนั่นแหละค่ะ ^^) กิน เสร็จแล้วก็เดินดูบรรยากาศรอบๆ เห็นป้ายตั้งเอาไว้ว่าใครขี่จักรยานคันนี้ให้ไปถึงเส้นชัย (ระยะทางแค่ 5 เมตรเองค่ะ) จะได้ 300 Kroner!!

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น! ผู้ชายคนนี้ลอง 3 ครั้งก็ขี่ไม่ได้ เท้าแตะพื้นก่อน นั่นเป็นเพราะว่าเวลาบังคับให้เลี้ยวขวา มันจะเลี้ยวซ้าย ให้เลี้ยวซ้าย มันจะเลี้ยวขวา งงล่ะสิ นอกจากเจ้าของจักรยานซึ่งจะปั่นให้ดู 1 รอบก่อนจะท้าคนใหม่เข้ามาแล้ว ยังไม่เห็นใครปั่นได้ซักคน

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

เวทีสีส้มแห่งตำนาน สัญลักษณ์ของ Roskilde Festival (ทีแรกคิดว่าสัญลักษณ์ของงานคือค้างคาว ^^') ลานนี้จุคนได้ราวๆ 60000 คนเลยล่ะค่ะ

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

คู่นี้เข้าใจหาที่นอนนะ ^^

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

มีที่นั่งแบบ VIP ด้วย --'

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

เทศกาลนี้รณรงค์ Green Footstep ค่ะ ถ้วยพลาสติกและกล่องบรรจุเครื่องดื่มที่ขายในงาน สามารถเอาไปแลกคืนเป็นเงินได้ อย่างถ้วยแบบนี้ 5 ใบแลกได้ 1 kr ใบละ 1 บาทเศษเชียวนะ จึงไม่แปลกที่จะเห็นเด็กๆ หรือผู้ใหญ่หอบถุงมาคอยเก็บขยะไปขาย

น้ำสีแดงที่เห็นคือ Saft เป็นน้ำหวานจากดอกไม้หลายๆ ชนิดค่ะ กลิ่นหอมและหวานนิดๆ ชื่นใจดี

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

ได้เวลาของ White Lies แล้ว! อุตส่าห์ได้อยู่ใกล้เวที แต่ด้วยความสูงระดับมาตรฐานหญิงไทย ไม่เพียงพอต่อการดูคอนเสิร์ตในดงฝรั่ง เลยได้ภาพถ่ายหลังใบหู (ฮา) ก็ยังดีว่าฝรั่งรอบๆ ตัวหน้าตาดีทั้งนั้น <3

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Harry ดูเด็กและผอมกว่าที่คิดแฮะ ไม่น่าเชื่อว่าเสียงจะใหญ่ได้ขนาดนี้ ฝีมือวงนี้ใช่ย่อย แต่ยังขาดลูกเล่นในการแสดงสด ถ้าหยอกล้อกับคนดูบ้างก็คงดี (ไม่ต้องขนาดพีทก็ได้ ^^) 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบจาก White Lies ก็สองจิตสองใจ ว่าจะดู The Whitest Boy Alive ดีมั้ย เหลือเวลาอีก 15 นาที แต่แล้วก็ขี้เกียจวิ่งอ้อมลานเวทีสีส้มไป Arena (ดูเหตุผลเธอสิ --') เลยคิดว่ารอดู Madness ที่ตรงเวทีใหญ่นี่ดีกว่า

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

แล้วก็ต้องงงกับคิวมหาชน เค้ามารอดู Coldplay กันค่ะ คิวนี้ความยาวเท่ากับขบวนรถไฟ Aarhus-København เลยทีเดียว!!! เนื่องจากเราไม่สามารถนอนเฝ้าหน้าเวทีได้ เพราะพอจบแต่ละโชว์จะต้องออกไปเพื่อให้คนดูใหม่ๆ ได้เข้ามา คนรอดู Coldplay ซึ่งจะขึ้นเล่นตอน 4 ทุ่ม เลยมาใช้ชีวิตกันตรงนี้แล (นี่เพิ่งจะ 6 โมงครึ่งเองนะ!!!)

ยังดีว่าคิวของ Madness ยาวแค่หนึ่งโบกี้ เลยเข้าไปอยู่หน้าเวทีได้สบาย ^^

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

แต่เหมือนจะอยู่ใกล้ไปหน่อยเลยต้องแหงนคอตั้ง ^^' โชว์ของ Madness สนุกสนานดีทีเดียว แหม ก็เพลงแนวสกา/ป๊อปอย่างนี้ จะไม่ให้โยกตามทุกเพลงได้ยังไง ตาเฒ่า Suggs ก็ปากจัดใช่ย่อย จิกตั้งแต่ Coldplay ยัน Bruce Springsteen ก็อ่ะนะ เราไม่ถือคนแก่ ขอแค่มีเพลงสนุกๆ อย่างนี้ให้โยกก็พอใจแล้ว

ประทับใจเจ้าหน้าที่หน้าเวทีมาก คอยส่งน้ำตลอดและยังโบกไม้โบกมือโยกตามจังหวะไปด้วย ช่วยดูกระเป๋าให้อีก น่ารักเป็นที่สุด <3

 

 

 

 

 

 

 

พอจบโชว์แล้วเกิดอาการโรคเก่ากำเริบ เท้าเป็นตะคริวค่ะ เจ้าหน้าที่ 2 คนต้องมาอุ้มออกไป เข้าเต๊นท์ไปหาพยาบาลหนุ่มน่ารัก ^^ เอาน้ำแข็งมาพันเท้าให้ และคอยถามไถ่อาการทุก 5 นาที

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

สภาพ ^^"

นี่ถ้าไม่ติดว่าจะดู Coldplay คงแกล้งป่วยนานๆ ^^ แต่เห็นเวลา 3 ทุ่ม 15 นาทีแล้ว เลยออกมาต่อแถวขบวนรถไฟที่เพิ่งเริ่มจะเคลื่อน แต่คนเยอะ อยู่โซนหน้าก็จริงแต่มองแทบไม่เห็นเวที อยากสูง ซัก 2 เมตรครึ่ง!

ก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม มีคั่นรายการด้วยการอภิปรายของ Dr. Muhammad Yunus ผู้ได้รับรางวัล Noble สาขาสันติภาพเมื่อปี 2006 นับว่าเป็นปีแรกของเทศกาลนี้ที่จัดตารางการอภิปรายเข้าไปด้วย ประโยคที่เราชอบคือ "They give to the man, I give to the woman. They give to the rich, I give to the poor." หลักการง่ายๆ คือใช้วิธีเดียวกับที่คนอื่นทำ แต่เราทำในทางที่ตรงข้ามกับเขา และคิดทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนอื่น

ใกล้ 4 ทุ่มแล้วแต่ยังเช็คแสงเสียงกันไม่เสร็จ ระหว่างที่รอมีเปิดเพลง Blue Danube ด้วย กำลังคิดอยู่ว่ามันเข้ากับคอนเสิร์ตร็อคตรงไหน ผู้คนก็พากันตบมือ 2 จังหวะตามเพลง คึกกันดีจริงๆ ^^ จบแล้วก็ต่อด้วยเพลงฮิปฮ็อป แล้วสต๊าฟคนหนึ่งก็ออกมาเต้นโชว์ breakdance พร้อมสป็อตไลท์บนเวที สร้างความเฮฮาได้อีก การเต้นจบลงด้วยท่าชูสองนิ้วเพื่อส่งสัญญาณบอกว่าไฟพร้อมแล้ว เป็นการเช็คไฟที่เท่ที่สุดที่เคยเห็นมา!

ผ้าม่านสีดำบางๆ บังด้านหน้าของเวทีไว้ เพลงแรกคือ Life in Technicolor โดยที่สมาชิกในวงเล่นอยู่หลังผ้าดำ พอเริ่ม Violet Hill ถึงได้เอาผ้าออก เราว่าสองเพลงนี้อารมณ์มันขัดกันนะ ไม่น่าเล่นต่อกันเลย

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

แต่โดยรวมแล้ววงนี้ถือว่าสุดยอดล่ะค่ะ พร็อพเยอะ ลีลาแยะ และปากหวานเป็นที่หนึ่ง! มีการเปลี่ยนเนื้อบางส่วนให้เป็นคำว่า Denmark, Danish, Roskilde อะไรแบบนี้ แถมยังพูดภาษาแด็งสค์  "Unskyld mig, guest." (Excuse me, guest.) กับ "Er I glad?" (Are you happy?) เอาใจคนที่นี่สุดฤทธิ์ มีลูกบอลสีเหลืองใบใหญ่ให้เล่นในเพลง Yellow พอเข้าช่วง techno mix ของ God Put A Smile Upon Your Face/Talk ก็หนีไปเล่นตรงริมขวา เราเลยถ่ายวีดีโอไม่ค่อยเห็นเพราะอยู่ฝั่งซ้าย แล้วยังไปโผล่ข้างหลัง เล่น Billy Jean แบบอคูสติกได้อีก (เป็นนินจากันรึไงคะ?!?) เพลง Lovers in Japan ก็ปล่อยผีเสื้อกระดาษออกมาบินเล่นยามค่ำคืน คนดูก็คึกคัก ฮอบินผ่านยังโห่รับ โบกไม้โบกมือให้ แต่ที่นี่ดีค่ะไม่มีการผลักการดัน ไม่มี crowdsurf เพราะเป็นกฎของที่นี่ และคนดูส่วนใหญ่ก็เคารพกฎกันดี

Christ Martin เอาหัวมังกรมาใส่ในเพลง Lost ด้วยนะ แต่ในวีดีโอนี้ไม่ชัดเท่าไหร่ --'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

ผู้คนต่างอังกอร์กันด้วย "โอ่โอโอ๊โอโอ" ตามแบบเพลง Viva La Vida จน Coldplay ออกมาเล่นอีก จบแล้วเสียง "โอ่โอโอ๊โอโอ" ก็ยังอยู่ คนยังไม่ไป จนพิธีกรออกมาพูดนั่นแหละ ถึงได้กลับกัน หลายคนเก็บผีเสื้อไว้เป็นที่ระลึก และตลอดทางที่เดินไปจนถึงสถานีรถไฟก็ยังคงมีคนร้อง "โอ่โอโอ๊โอโอ" อยู่ตลอด เชื่อว่า Viva La Vida คงจะหลอกหลอนใครหลายๆ คนไปอีกนาน

 

Image Hosted by ImageShack.us

พระจันทร์เหนือโซนตั้งเต๊นท์ที่ Roskilde

 

*Roskilde อ่านว่า 'ฮรอส-คิล-ล่ะ' เสียง r อยู่ในลำคอค่ะ ส่วนตัว d จะออกเสียง 'ล' เมื่อเป็นตัวสะกด และตัว 'e' เป็นเสียงที่อยู่ระหว่างสระอะกับสระอาค่ะ (ช่างเป็นภาษาที่สร้างความสับสนอะไรได้ขนาดนี้!!!)

 

[Diary] Moesgaard Museum (2)

posted on 07 Jul 2009 02:51 by a-place-4-my-head  in SnowWhiteDiary

Image Hosted by ImageShack.us

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง มาเที่ยวกันที่ Moesgaard Museum ค่ะ คราวนี้พามาดูส่วนนิทรรศการ Runes: From Graffiti to Gravestone ซึ่งจัดจนถึงวันที่ 2 สิงหาคมนี้ จากภาพที่เห็นเป็นหินวางหลุมศพค่ะ ในห้องนี้มีอยู่หลายก้อนเลย แต่ละก้อนจะสลักข้อความไว้อาลัยเป็นอักษรรูนในยุคไวกิ้งและทาสีไว้ด้วย

Image Hosted by ImageShack.us

เจ้าตัวนี้จะเรียกว่าน่ารักหรือน่ากลัวดีเนี่ย^^

Image Hosted by ImageShack.us

มีคำถามด้วยว่าเจ้าตัวนั้นหมายถึงอะไร ให้เราลองตอบคำถามดู แต่ต้องขออภัยที่สโนไวท์อ่านแด็งสค์ไม่ออก (ความรู้เทียบเท่าอนุบาล 2) เลยไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นหมายถึงอะไร ^^"

  Image Hosted by ImageShack.us

ก้อนนี้สามารถจินตนาการต่อได้เป็นการ์ตูนเลย ^^ มันสลักเอาไว้ว่า "Toke Smith raised the stone in memory of Troels Gudmund's son, who gave him gold and freedom"

Image Hosted by ImageShack.us

มีให้ลองพลิกเล่นๆ จากรูนเป็นแด็งสค์เป็นอังกฤษได้ด้วย

Image Hosted by ImageShack.us

แง่ม ทำไมคอมในห้องนี้เป็นภาษาแด็งสค์ทั้งนั้นเลยล่ะ?!? ถึงจะอ่านไม่ค่อยออกก็พอจะเข้าใจว่าภาษาอังกฤษอยู่ในตระกูลภาษายุโรปตะวันตก ส่วนภาษาแด็งสค์อยู่ในตระกูลภาษานอร์ดิก พวกเดียวกับภาษาในแถบสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์ สวีเดน หมู่เกาะฟาโรห์)

Image Hosted by ImageShack.us

มาอีกห้องหนึ่งค่ะ ห้องนี้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคไวกิ้ง ที่เห็นคือหูกทอผ้า

Image Hosted by ImageShack.us

มีเกมโบราณให้นั่งเล่นด้วย กติกาคล้ายโอเอ็กซ์แต่จะวางหมากบนมุมในสี่เหลี่ยมค่ะ ใครเรียงได้สามตัวก่อนก็ชนะ

  Image Hosted by ImageShack.us

กลับมาที่อักษรรูนกันต่อ คนโบราณใช้สลักลงบนสิ่งของอย่างหวี มีด หรือตัวหมากกระดาน เพื่อบอกว่าใครทำของสิ่งนั้น หรือทำให้ใคร หรือทำขึ้นเพื่ออะไร ที่เห็นในรูปเป็นระฆังโบสถ์ ที่เคาะประตู และตะคัน (ที่จุดเครื่องหอมและกำยาน) ในยุคกลาง ซึ่งจะสลักชื่อคนทำเอาไว้ค่ะ บางทีเขาก็สลักบนแท่งไม้เพื่อบอกข้อความให้คนอื่นด้วย ประมาณว่าเป็น SMS ^^ หรือบางทีก็สลักบนโลหะเพื่อทำเครื่องราง

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

หนังสือเล่มนี้สแกนมาจากของจริงที่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนค่ะ มันคือ Codex Runicus กฎหมายสแกนนิคในอักษรรูนในช่วงปี 1300

Image Hosted by ImageShack.us

จากอักษรฮีโรกลิฟมาเป็นรูน ดูต่างจากเดิมมากมาย

Image Hosted by ImageShack.us

เห็นตารางเปรียบเทียบกันไปแล้ว ก็เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นอักษรรูนซะให้หมด! เริ่มที่โปสเตอร์หนังกันก่อน

Image Hosted by ImageShack.us

แล้วก็...แว้ก!! เปลี่ยนจริงๆ อ่ะ ขอบอกว่าหนังสือพิมพ์กับนิตยสารที่เห็น เขาเปลี่ยนเป็นรูนหมดทุกหน้าเลยค่ะ (ทำไปได้!) แต่ส่วนตัวแล้วชอบขวดโค้ก^^

Image Hosted by ImageShack.us

 มีที่ให้ลองเขียนอักษรรูนดูด้วย สนุกดีนะ

Image Hosted by ImageShack.us

ตรงนี้มีจอคอมใหญ่ ให้เราเลื่อนเข็มอ้วนๆ ข้างล่างไปตรงกับปีที่ต้องการ ก็จะรู้ว่าในช่วงนั้นภาษาอะไรใช้กันในแถบไหนบ้าง me//เลื่อนเล่น สนุกดี สีสวย ^^

Image Hosted by ImageShack.us

ถังนี้ทิ้งคำที่ไม่ใช้แล้วค่ะ แสดงให้เห็นว่าภาษามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ คำเก่าทิ้งไป คำใหม่เกิดขึ้นมาแทน

Image Hosted by ImageShack.us

มีคนชวนเราเล่นโต๊ะกลมนี้อย่างสนุกสนาน ถึงจะไม่มีไกด์แต่ก็มีคนใจดีช่วยอธิบายนะ (คนที่นี่ส่วนใหญ่จะใจดีค่ะ ^^) ให้เราโยนคำลงไปซักคำ อย่างในรูป kirke แปลว่าโบสถ์ค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าคำนี้มีที่มายังไง ใ้ห้หมุนขอบโต๊ะ

  Image Hosted by ImageShack.us

มันจะมีคำในยุคนั้นปรากฏบนแผนที่ ในรูปคือ kyriakon จากแถบอิตาลีในช่วง 300 ปีก่อนคริสตกาล แต่ยังไม่ถึงที่สุด ต้องหมุนอีก แฮ่กๆ

Image Hosted by ImageShack.us

สุดแล้วค่ะ สรุปว่าคำว่า 'kirke' มีที่มาจากภาษากรีก 'keu' ตั้งแต่ 2900-2800 ปีก่อนคริสตกาลแน่ะ เป็นคำที่โบราณมากเลยนะ

Image Hosted by ImageShack.us

อันนี้เป็นชื่อคนและความหมายค่ะ บางทีก็เขียนเป็นภาษารูนให้เดาว่าเขาชื่ออะไร me//หมุนเล่นอีกแล้ว ^^

Image Hosted by ImageShack.us

กดดูจะรู้ว่าเสียงของแต่ละตัวเป็นยังไง ส่วนใหญ่จะเสียงเหมือนภาษาอังกฤษแบบ phonemic แต่ที่ตลกคือ r ซึ่งจะรัวกว่าปกติ เหมือนจะกระดกลิ้นซักสามครั้ง ส่วนตัว R จะเป็นเสียงอยู่ในลำคออย่างในภาษาแด็งสค์ (เกลียดตัวนี้ที่สุด เพราะมันออกเสียงยากที่สุดในภาษาแด็งสค์ >_<) ว่าแล้วก็กดตัว r เล่นอีก จนคนหันมามอง (อยากเล่นมั่งล่ะสิ ^^)

Image Hosted by ImageShack.us

เข้ามาห้องใหญ่ซึ่งมีผนังด้านหนึ่งเป็นจอสีดำขนาดใหญ่เท่าจอในโรงหนัง มีข้อความเป็นอักษรรูนอยู่เรียงราย ถ้าอยากให้มีข้อความของเราบ้างก็มาจิ้มจอคอมเล็กๆ นี่ก่อน

Image Hosted by ImageShack.us

ว่าแล้วก็ประกาศศักดา "ข้ามาเยือน" 55+

Image Hosted by ImageShack.us

กด 'send' ปุ๊บ ข้อความภาษาอังกฤษของเราก็ลอยละลิ่วจากด้านล่างของจอใหญ่ที่ว่า ขึ้นไปอยู่ซะบนสุด แล้วมันก็ transform เป็นอักษรรูน me//ยืนมองด้วยความภาคภูมิใจ

Image Hosted by ImageShack.us

แปะตารางเอาไว้ให้เผื่ออยากเขียนกันบ้าง ^^ ลองดูนะคะ

Image Hosted by ImageShack.us

ออกมาข้างนอกพร้อมความรู้เต็มหัว ^^ มานั่งกินอะไรซักหน่อย ตรงนี้มีสนามเด็กเล่น ที่อยากเล่นมั่งก็คือลูกบอลสีแดงที่เห็น เอาไว้ให้เด็กขี่แล้วโหนไปหล่นตุ้บที่ต้นไม้อีกต้น

Image Hosted by ImageShack.us

บริเวณรอบๆ พิพิธภัณฑ์ก็น่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่น Moesgaard Manor หลังนี้

Image Hosted by ImageShack.us

ขอย้ำว่าที่นี่เดนมาร์ค ^^ แต่เรือนไทยหลังน้อยนี้เป็นของขวัญจากบริษัทอีสต์เอเชียที่มอบให้กับ Moesgaard Museum เมื่อปี 1975 ค่ะ สร้างตามแบบเรือนไทยอยุธยา me//ยกมือไหว้ศาลพระภูมิด้วยความเคยชิน

Image Hosted by ImageShack.us

นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ฝรั่งแถวนี้ได้รู้จักประเทศไทยและวิถีชีวิตคนไทยได้อีกทาง เห็นชอบมาดูสุ่มไก่กันจัง ^^

Image Hosted by ImageShack.us

ท้องฟ้าวันนั้น ใสดีจัง

Image Hosted by ImageShack.us

สระบัวหลังพิพิธภัณฑ์ค่ะ ตรงนี้จะเป็นสวน เอาไว้เดินชมธรรมชาติ มีเส้นทางให้เดินผ่านป่าไปถึงทะเลเลยล่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

ใกล้ๆ กันยังมีกระท่อมน้อย เหมาะกับการมาเดินสวีทกับแฟนมากๆ ชมนกชมไม้ไปพลาง แล้วมากระหนุงกระหนิงในกระท่อม อุฮิ้ว

Image Hosted by ImageShack.us

...แต่ทว่า...เอ่อ...ไปสวีทนอกกระท่อมจะดีกว่า --'

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

Image Hosted by ImageShack.us

ชมสวนแล้ว แต่ไม่อยากเดินป่าเพราะไม่ได้เตรียมรองเท้าผ้าใบมา เลยเดินข้ามถนนมาดูบ้านโบราณสมัยไวกิ้ง อายุเกือบ 2000 ปี

Image Hosted by ImageShack.us

 โบสถ์สมัยไวกิ้งเช่นกันค่ะ สวยเนอะ

Image Hosted by ImageShack.us

ไม่รู้ทำไมเวลายืนหน้าโบสถ์นี้จะรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ สงสัยบรรยากาศคงให้ เลยไม่กล้าเข้าไปข้างใน ภาพนี้ถ่ายโดยใช้มือถือกล้องยื่นเข้าไปผ่านเชือกหน้าประตูแล้วกดแชะ

 

Image Hosted by ImageShack.us

นี่ก็บ้านโบราณหลังเล็กข้างๆ โบสถ์ค่ะ

 

พามาเที่ยวซะคุ้ม รูปเยอะอีกแล้ว (โหลดโหดอีกแล้ว ^^') ประทับใจที่นี่มากค่ะ กะว่าว่างๆ จะไปเดินเล่นในสวนอีก (ประหยัดตังค์ 55+) ถือว่าเป็นสถานที่ที่มาได้ทั้งครอบครัว ทุกเพศทุกวัย ได้ความรู้แถมยังได้ชื่นชมธรรมชาติอีกด้วย

พรุ่งนี้จะมารายงาน Roskilde Festival ที่เพิ่งไปมาเมื่อวันอาทิตย์ค่ะ พร้อมภาพและวีดีโออีกเล็กน้อย ส่วนสัมภาษณ์ LP อันมากมายคงจะเอามาแปลให้บางบทนะคะ แปลหมดไม่ไหว ^^' 
 

บ้านสุนัขราชบุรี