กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง มาเที่ยวกันที่ Moesgaard Museum ค่ะ คราวนี้พามาดูส่วนนิทรรศการ Runes: From Graffiti to Gravestone ซึ่งจัดจนถึงวันที่ 2 สิงหาคมนี้ จากภาพที่เห็นเป็นหินวางหลุมศพค่ะ ในห้องนี้มีอยู่หลายก้อนเลย แต่ละก้อนจะสลักข้อความไว้อาลัยเป็นอักษรรูนในยุคไวกิ้งและทาสีไว้ด้วย
เจ้าตัวนี้จะเรียกว่าน่ารักหรือน่ากลัวดีเนี่ย^^
มีคำถามด้วยว่าเจ้าตัวนั้นหมายถึงอะไร ให้เราลองตอบคำถามดู แต่ต้องขออภัยที่สโนไวท์อ่านแด็งสค์ไม่ออก (ความรู้เทียบเท่าอนุบาล 2) เลยไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นหมายถึงอะไร ^^"
ก้อนนี้สามารถจินตนาการต่อได้เป็นการ์ตูนเลย ^^ มันสลักเอาไว้ว่า "Toke Smith raised the stone in memory of Troels Gudmund's son, who gave him gold and freedom"
มีให้ลองพลิกเล่นๆ จากรูนเป็นแด็งสค์เป็นอังกฤษได้ด้วย
แง่ม ทำไมคอมในห้องนี้เป็นภาษาแด็งสค์ทั้งนั้นเลยล่ะ?!? ถึงจะอ่านไม่ค่อยออกก็พอจะเข้าใจว่าภาษาอังกฤษอยู่ในตระกูลภาษายุโรปตะวันตก ส่วนภาษาแด็งสค์อยู่ในตระกูลภาษานอร์ดิก พวกเดียวกับภาษาในแถบสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์ สวีเดน หมู่เกาะฟาโรห์)
มาอีกห้องหนึ่งค่ะ ห้องนี้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคไวกิ้ง ที่เห็นคือหูกทอผ้า
มีเกมโบราณให้นั่งเล่นด้วย กติกาคล้ายโอเอ็กซ์แต่จะวางหมากบนมุมในสี่เหลี่ยมค่ะ ใครเรียงได้สามตัวก่อนก็ชนะ
กลับมาที่อักษรรูนกันต่อ คนโบราณใช้สลักลงบนสิ่งของอย่างหวี มีด หรือตัวหมากกระดาน เพื่อบอกว่าใครทำของสิ่งนั้น หรือทำให้ใคร หรือทำขึ้นเพื่ออะไร ที่เห็นในรูปเป็นระฆังโบสถ์ ที่เคาะประตู และตะคัน (ที่จุดเครื่องหอมและกำยาน) ในยุคกลาง ซึ่งจะสลักชื่อคนทำเอาไว้ค่ะ บางทีเขาก็สลักบนแท่งไม้เพื่อบอกข้อความให้คนอื่นด้วย ประมาณว่าเป็น SMS ^^ หรือบางทีก็สลักบนโลหะเพื่อทำเครื่องราง
หนังสือเล่มนี้สแกนมาจากของจริงที่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนค่ะ มันคือ Codex Runicus กฎหมายสแกนนิคในอักษรรูนในช่วงปี 1300
จากอักษรฮีโรกลิฟมาเป็นรูน ดูต่างจากเดิมมากมาย
เห็นตารางเปรียบเทียบกันไปแล้ว ก็เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นอักษรรูนซะให้หมด! เริ่มที่โปสเตอร์หนังกันก่อน
แล้วก็...แว้ก!! เปลี่ยนจริงๆ อ่ะ ขอบอกว่าหนังสือพิมพ์กับนิตยสารที่เห็น เขาเปลี่ยนเป็นรูนหมดทุกหน้าเลยค่ะ (ทำไปได้!) แต่ส่วนตัวแล้วชอบขวดโค้ก^^
มีที่ให้ลองเขียนอักษรรูนดูด้วย สนุกดีนะ
ตรงนี้มีจอคอมใหญ่ ให้เราเลื่อนเข็มอ้วนๆ ข้างล่างไปตรงกับปีที่ต้องการ ก็จะรู้ว่าในช่วงนั้นภาษาอะไรใช้กันในแถบไหนบ้าง me//เลื่อนเล่น สนุกดี สีสวย ^^
ถังนี้ทิ้งคำที่ไม่ใช้แล้วค่ะ แสดงให้เห็นว่าภาษามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ คำเก่าทิ้งไป คำใหม่เกิดขึ้นมาแทน
มีคนชวนเราเล่นโต๊ะกลมนี้อย่างสนุกสนาน ถึงจะไม่มีไกด์แต่ก็มีคนใจดีช่วยอธิบายนะ (คนที่นี่ส่วนใหญ่จะใจดีค่ะ ^^) ให้เราโยนคำลงไปซักคำ อย่างในรูป kirke แปลว่าโบสถ์ค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าคำนี้มีที่มายังไง ใ้ห้หมุนขอบโต๊ะ
มันจะมีคำในยุคนั้นปรากฏบนแผนที่ ในรูปคือ kyriakon จากแถบอิตาลีในช่วง 300 ปีก่อนคริสตกาล แต่ยังไม่ถึงที่สุด ต้องหมุนอีก แฮ่กๆ
สุดแล้วค่ะ สรุปว่าคำว่า 'kirke' มีที่มาจากภาษากรีก 'keu' ตั้งแต่ 2900-2800 ปีก่อนคริสตกาลแน่ะ เป็นคำที่โบราณมากเลยนะ
อันนี้เป็นชื่อคนและความหมายค่ะ บางทีก็เขียนเป็นภาษารูนให้เดาว่าเขาชื่ออะไร me//หมุนเล่นอีกแล้ว ^^
กดดูจะรู้ว่าเสียงของแต่ละตัวเป็นยังไง ส่วนใหญ่จะเสียงเหมือนภาษาอังกฤษแบบ phonemic แต่ที่ตลกคือ r ซึ่งจะรัวกว่าปกติ เหมือนจะกระดกลิ้นซักสามครั้ง ส่วนตัว R จะเป็นเสียงอยู่ในลำคออย่างในภาษาแด็งสค์ (เกลียดตัวนี้ที่สุด เพราะมันออกเสียงยากที่สุดในภาษาแด็งสค์ >_<) ว่าแล้วก็กดตัว r เล่นอีก จนคนหันมามอง (อยากเล่นมั่งล่ะสิ ^^)
เข้ามาห้องใหญ่ซึ่งมีผนังด้านหนึ่งเป็นจอสีดำขนาดใหญ่เท่าจอในโรงหนัง มีข้อความเป็นอักษรรูนอยู่เรียงราย ถ้าอยากให้มีข้อความของเราบ้างก็มาจิ้มจอคอมเล็กๆ นี่ก่อน
ว่าแล้วก็ประกาศศักดา "ข้ามาเยือน" 55+
กด 'send' ปุ๊บ ข้อความภาษาอังกฤษของเราก็ลอยละลิ่วจากด้านล่างของจอใหญ่ที่ว่า ขึ้นไปอยู่ซะบนสุด แล้วมันก็ transform เป็นอักษรรูน me//ยืนมองด้วยความภาคภูมิใจ
แปะตารางเอาไว้ให้เผื่ออยากเขียนกันบ้าง ^^ ลองดูนะคะ
ออกมาข้างนอกพร้อมความรู้เต็มหัว ^^ มานั่งกินอะไรซักหน่อย ตรงนี้มีสนามเด็กเล่น ที่อยากเล่นมั่งก็คือลูกบอลสีแดงที่เห็น เอาไว้ให้เด็กขี่แล้วโหนไปหล่นตุ้บที่ต้นไม้อีกต้น
บริเวณรอบๆ พิพิธภัณฑ์ก็น่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่น Moesgaard Manor หลังนี้
ขอย้ำว่าที่นี่เดนมาร์ค ^^ แต่เรือนไทยหลังน้อยนี้เป็นของขวัญจากบริษัทอีสต์เอเชียที่มอบให้กับ Moesgaard Museum เมื่อปี 1975 ค่ะ สร้างตามแบบเรือนไทยอยุธยา me//ยกมือไหว้ศาลพระภูมิด้วยความเคยชิน
นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ฝรั่งแถวนี้ได้รู้จักประเทศไทยและวิถีชีวิตคนไทยได้อีกทาง เห็นชอบมาดูสุ่มไก่กันจัง ^^
ท้องฟ้าวันนั้น ใสดีจัง
สระบัวหลังพิพิธภัณฑ์ค่ะ ตรงนี้จะเป็นสวน เอาไว้เดินชมธรรมชาติ มีเส้นทางให้เดินผ่านป่าไปถึงทะเลเลยล่ะ
ใกล้ๆ กันยังมีกระท่อมน้อย เหมาะกับการมาเดินสวีทกับแฟนมากๆ ชมนกชมไม้ไปพลาง แล้วมากระหนุงกระหนิงในกระท่อม อุฮิ้ว
...แต่ทว่า...เอ่อ...ไปสวีทนอกกระท่อมจะดีกว่า --'
ชมสวนแล้ว แต่ไม่อยากเดินป่าเพราะไม่ได้เตรียมรองเท้าผ้าใบมา เลยเดินข้ามถนนมาดูบ้านโบราณสมัยไวกิ้ง อายุเกือบ 2000 ปี
โบสถ์สมัยไวกิ้งเช่นกันค่ะ สวยเนอะ
ไม่รู้ทำไมเวลายืนหน้าโบสถ์นี้จะรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ สงสัยบรรยากาศคงให้ เลยไม่กล้าเข้าไปข้างใน ภาพนี้ถ่ายโดยใช้มือถือกล้องยื่นเข้าไปผ่านเชือกหน้าประตูแล้วกดแชะ
นี่ก็บ้านโบราณหลังเล็กข้างๆ โบสถ์ค่ะ
พามาเที่ยวซะคุ้ม รูปเยอะอีกแล้ว (โหลดโหดอีกแล้ว ^^') ประทับใจที่นี่มากค่ะ กะว่าว่างๆ จะไปเดินเล่นในสวนอีก (ประหยัดตังค์ 55+) ถือว่าเป็นสถานที่ที่มาได้ทั้งครอบครัว ทุกเพศทุกวัย ได้ความรู้แถมยังได้ชื่นชมธรรมชาติอีกด้วย
พรุ่งนี้จะมารายงาน Roskilde Festival ที่เพิ่งไปมาเมื่อวันอาทิตย์ค่ะ พร้อมภาพและวีดีโออีกเล็กน้อย ส่วนสัมภาษณ์ LP อันมากมายคงจะเอามาแปลให้บางบทนะคะ แปลหมดไม่ไหว ^^'